เราอาจจะเคยได้ยินคำว่า AI หรือ Artificial Intelligence เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ที่นำมาใช้ในโทรศัพท์มือถือในการรับคำสั่งเสียง กล้องถ่ายภาพในการประมวลผลให้ได้ภาพถ่ายที่ดีที่สุด หรือ Software บางตัวที่อัจฉริยะถึงขั้นคาดเดาพฤติกรรมผู้บริโภคได้ ถือเป็นเทคโนโลยี ที่นำมาซึ่งการปฏิวัติอุสาหกรรมครั้งที่สี่ในยุคของ Industry 4.0 ที่เริ่มนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อให้ได้ ผลผลิตที่มีประสิทธิภาพ

                ในด้านของภาคธุรกิจ เทคโนโลยี AI ถูกนำมาใช้ในทุกสิ่งที่คุณทำ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของการคิดเบี้ยประกันของบริษัทประกันภัย การตรวจสอบข้อมูลลูกค้าในระบบธนาคาร ซึ่งต้องยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเร็วกว่าที่เคยเป็น เมื่อเทียบกับ 50 ปีที่แล้ว ดังนั้น ถ้าปัญญาประดิษฐ์จะต้องเป็นก้าวต่อไปสำหรับธุรกิจที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แล้วสิ่งที่เป็นข้อดี- ข้อเสียคืออะไร?

ข้อดีของ AI

ช่วยในการพัฒนาประสิทธิภาพ

ในปัจจุบัน มูลค่าของข้อมูลมีความสำคัญมากต่อธุรกิจ จำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลเหล่านี้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เพื่อให้ได้ผลการค้นหาแบบเรียลไทม์

เพื่อขจัดความผิดพลาดของมนุษย์

ความผิดพลาดในการทำงานของมนุษย์เกิดขึ้นเป็นปกติ แต่เนื่องจากเครื่องจักรระบบปัญญาประดิษฐ์นี้ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อปฏิบัติภารกิจเฉพาะเจาะจง เราจึงไม่พบลักษณะของความผิดพลาด

เป็นเทคโนโลยีอัจฉริยะ

เครื่องจักรกล AI มีความสามารถในการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็วและถูกต้องแม่นยำ ซึ่งนับว่ามีความสำคัญอย่างมากกับการดำเนินงานในรูปแบบของสมาร์ทเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ

ข้อเสียของ AI

ปัญหาการเลิกจ้าง

เป็นสาเหตุที่ทำให้คนเริ่มตกงาน เพราะถูกปลดออกจากงาน เพราะมีความสามารถไม่ดีเท่าเครื่องจักร แต่ถึงอย่างไรก็ตามในบางอุตสาหกรรม หุ่นยนต์ก็ยังไม่สามารถทำงานได้เท่ามนุษย์

หัวหน้าที่เป็นหุ่นยนต์

AI ถูกนำมาใช้ตัดสินใจในการประเมิณผลโบนัสของพนักงานโดยดูจากประสบการณ์และผลงานที่ผ่านมาของพนักงาน ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการตัดสินคุณภาพและทักษะของแต่ละคน ที่อาจจะเป็นโยชน์แก่บริษัทในอนาคตข้างหน้า

ข้อผิดพลาดที่มนุษย์สร้างขึ้น

แม้ว่า Ai จะสามารถขจัดข้อผิดพลาดของมนุษย์ออกจากกระบวนการได้เกือบทั้งหมด แต่มันก็ยังคงเหลือรหัสที่มีความขัดข้อง ทำให้เกิดผลกระทบในเชิงลบได้เช่นกัน

              และทั้งหมดนี้เป็นประโยชน์ที่ธุรกิจจะได้รับจากการนำมาปรับใช้ในองค์กร สำหรับประเทศไทยมีตัวอย่างธุรกิจที่นำเทคโนโลยี loT ไปปรับใช้ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สำหรับโครงสร้างพื้นฐานพื้นฐานในสร้าง Iot Smart City ในโครงการ “Perfect Smart City” เมืองอัจฉริยะที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตให้ผู้อยู่อาศัยในโรงการเช่น Smart Lighting, Smart Tracking รวมถึงการนำ Smart Home และ Security Platform มาต่อยอดพัฒนา Home Application นำร่อง 15 โครงการ ในกรุงเทพฯและปริมณฑล

              และผู้ให้บริการตู้หยอดเหรียญ หากเหรียญเต็มผู้พัฒนาได้พัฒนาโซลูชั่น Smart Coin Kiosk Machine เซนเซอร์วัดปริมาณเหรียญภายในเครื่อง ที่เชื่อมต่อเครือข่าย IoT ทำให้สามารถส่งข้อมูลจะแจ้งเตือนทันทีเมื่อเหรียญเต็มจากจุดต่างๆ ทั่วประเทศ แสดงผลผ่านแอปพลิเคชั่น เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถวางแผนการจัดเก็บเหรียญได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มโอกาสในการให้บริการและสร้างมูลค่าให้กับการลงทุน ซึ่งขณะนี้ ถูกนำไปใช้งานจริงแล้วใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ

               ประโยชน์การใช้งานของ Internet of Things หรือ IoT จะถูกคิดค้นและพัฒนาให้มีความสามารถที่หลากหลาย และทำให้เกิดเทคโนโลยีที่นำไปต่อยอดได้ แต่ในภาคธุรกิจไม่เริ่มศึกษาและไม่สามารถปรับตัวได้ เช่น ปัญหาข้อมูล การขาดแคลนเทคโนโลยีที่สามารถทำงานร่วมกันได้ ความกังวลเรื่องความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และความสามารถในการจัดการความซับซ้อนของ IoT อย่างไรก็ตาม ควรปึกษาผู้เชี่ยวชาญ Internet of things เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านั้น เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด