ในปี 2020 นอกจากจะเป็นที่ที่มีเลขสวยแล้ว ยังเป็นปีที่เทคโนโลยีของแบรนด์ใหญ่หลายแบรนด์ เผยว่าเป็นปีสำคัญที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง วันนี้ TechSpace ขอสรุปให้เห็นภาพว่าภายในปีนี้จะมีเทคโนโลยีอะไรบ้างที่จะมาเปลี่ยนแปลงชีวิตของเรา

Facebook Horizon

เป็นเทคโนโลยีที่เราสามารถใช้ Oculus VR หรือแว่นที่สวมใส่แล้วเหมือนหลุดเข้าไปในโลกเสมือนจริง และมีตัวแทนของเราที่สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนในโลกเสมือนจริงได้ ซึ่งเพื่อนในโลกเสมือนจริงนั้น เป็นเพื่อนที่อยู่ในโลกจริงของเราได้ด้วย จากเดิมที่เราต้องติดต่อกับเพื่อนผ่านมือถือ แท็บเลต คอมพิวเตอร์ แต่ต่อไปเพียงแค่สวมแว่น VR ก็สามารถไปช้อปปิ้ง ลองเล่นกีฬา เล่นดนตรี สื่อสารกับเพื่อนได้เหมือนเข้าไปอยู่ในเกมจริง Facebook เผยว่าอาจจะเกิดขึ้นในปี 2020 แต่มีแนวโน้มที่เป็นไปได้สูงมากเพราะว่า แว่น VR ราคาก็เริ่มถูกลงเริ่มเข้าถึงคนส่วนใหญ่ได้ง่าย จึงมีความเป็นไปได้ที่ Facebook จะลงมาลุยตลาดนี้เอง

Neuralink

เป็นโปรเจคหลุดโลกของ Elon Musk ที่จะทำให้เราสามารถสื่อสารได้โดยไม่ใช้เครื่องมือสื่อสาร หรืออุปกรณ์ใดๆ แต่ใช้เพียงเส้นประสาทเทียมเพียงเส้นเดียว โดยการฝังลงไปในสมองของมนุษย์เรา ซึ่งเส้นประสาทเทียมนี้สามารถอัพโหลดข้อมูลได้ หรือเพียงแค่คิดก็สามารถควบคุมอุปกรณ์อิเลคทรอนิคได้ ประหนึ่งว่ามีพลังจิตสามารถทำให้สิ่งของรอบตัวเคลื่อนไหวได้ ด้วยคุณสมบัติที่กล่าวไปนี้ทำให้ Neuralink มีข้อดีคือ สามารถคิดและเกิดผลของการกระทำได้เร็ว หรือช่วยให้ผู้ที่มีความพิการทางด้านร่างกายแต่สมองของเขายังสามารถสั่งการได้อยู่ ซึ่งในผลของการทดลองอาจจะมีขาดตอนบ้างในบางช่วงบ้าง แต่การที่เราสามารถอัพโหลดข้อมูลเข้าไปในเส้นประสาทเทียมได้ ทำให้เราสามารถเรียนรู้ได้ฉลาดมากขึ้น ถึงข้อดีจะมีมากแต่ก็มีข้อกังวลเนื่องจากวิธีการของ Neuralink เป็นสื่อใยประสาทเทียม ลักษณะคล้ายเส้นด้าย ฝังเข้าไปอยู่ในสมองของเรา ยังไม่มีผลการวิจัยชิ้นไหนที่แสดงให้เห็นว่า Neuralink ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์

Libra

Libra เป็นสกุลเงินดิจิตอลที่นำโดย Fcebook และองค์กรอีก 27 ราย ที่มาร่วมกันทำให้ Libra เกิดขึ้น โดยมีคนกลุ่มหนึ่งที่เชื่อระบบของ Blockchain และ Cryptocurrency หรือสกุลเงินที่เกิดขึ้นจาก Blockchain ซึ่งสกุลเงิน นำโดยเฟสบุ๊ค จะทำให้สกุลเงินดิจิตอลเข้าถึงคนทั่วไปมากขึ้น และ Libra เป็นเหรียญที่เรียกว่า Stable Coin หรือเหรียญที่มีมูลค่าค่อนข้างคงที่ไม่เหมือนกับ Bitcoin ที่มีความผันผวน ซึ่งหลายคนอาจจะมองว่ากรมี Bitcoin ไว้เป็นการเก็งกำไรตาม demand และ Supply แต่ Libra จะมีผลกับธนคาร ผู้บริโภค สามารถโอนเงินข้ามพรมแดนกันง่ายขึ้น ในระยะเวลาอันสั้น ประหยัดค่าใช้จ่าย และไม่มีค่าธรรมเนียม อาจทำให้คนใสนใจมาขายของผ่านข่องทางออนไลน์มากขึ้น แน่นอนว่า Libra จะเป็นประโยชน์ให้กับคนมากมาย แต่ทางรัฐบาลสหรัฐกลับไม่พอใจสักเท่าไหร่ ทำให้สมาชิกในองค์กรที่เข้าร่วมกับ Facebook ในครั้งนี้ ถอนตัวไป 7 ราย ต้องจับตาดูกันต่อไปค่ะ ว่าจะเป็นอย่าไรต่อไป ทางฝั่งของ Facebook เขาต้องการให้เกิดากรเปลี่ยนแปลง เหมือนในยุตเริ่มแรกของ Internet ที่มาปฏิวัติการเข้าถึงข้อมูลของคนทั่วไป ทำให้เกิดอาชีพใหม่ๆ มากมายเกิดขึ้นบนโลก และ Libra ซึ่งเป็น Cryptocurrency จะมาในลักษณะเดียวกัน คือกระจายความเท่าเทียมกันกับบริการทางการเงินของคนทั่วไป

Starlink

Starlink ปฎิวัติวงการอินเทอร์เน็ต ยิงสัญญาณดาวเทียมขึ้นไปแล้วปล่อยสัญญาณครอบคลุมทั่วโลก โปรเจคนี้เป็นของ Elon Musk ในโครงการ SpaceX ของเขา ที่เขาต้องการให้อินเทอร์เน็ตครอบคลุมทั่วทั้งโลกได้มากขึ้นเมื่อก่อนที่ไหนมี อินเทอร์เน็ต เราต้องไปตั้งโครงข่ายเสาสัญญาณ แต่ Elon Musk เขาคิดใหม่เสาไม่ต้องแล้วยิงดาวเทียมขึ้นบนฟ้าเลยและปล่อยสัญญาณลงมา จะครอบคลุมพื้นที่การให้บริการได้มากกว่าและใช้เงินน้อยกว่าการติดตั้งเสาสัญญาณ ซึ่งตอนนี้โครงการได้รับการอนุมัติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีดาวเทียมถูกยิงขึ้นไปแล้ว 12000 ดวง และจะขออนุมัติเป็น 30000 ดวง ซึ่งเป็นความตั้งใจจริงของ Elon Musk ที่จะครอบคลุมทั้งโลก และไม่ได้มีอแค่ Elon Musk คนเดียวนะคะที่เชื่อในเรื่องนี้ แต่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง amazon google facebook ที่มีแนวคิดคล้ายๆ กันที่จะปล่อยสัญญาณจากบนฟ้า เพราะฉะนั้นน่าจับตามองค่ะว่าเสาร์สัญญาณอาจจะหายไปก็เป็นได้ค่ะ

5G สำหรับเทคโนโลยีนี้เราได้ยินกันมาตั้งแต่ต้นปี 2019 ยังไม่ได้สัมผัสสักที และในปีนี้ค่ะ เป็นปีของเทคโนโลยี 5G ที่มาพร้อมกับแบรนด์ใหญ่ต่างๆ ด้านโทรคมนาคม เช่น Qualcomm, AT&T, Verizon, Nokia, Ericsson และ Huawei ทำให้เราแน่ใจว่าการใช้งานเทคโนโลยี 5G ยังคงดำเนินต่อไป นอกจากผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือที่รองรับเทคโนโลยี 5G แล้วยังมาช่วยเติมเต็มในเทคโนโลยีในส่วนต่างๆ ของชีวิตคนรา ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ไรคนขับ Telemedicine การแพทย์ทางไกล Smart Cities Smart Farming และเทคโนโลยีอื่นๆ ที่ขึ้นต้นด้วย Smart การสื่อสารแบบใหม่ Extended reality สามารถเล่นเกมสตรีมจาก Could ได้เลย เพราะว่า 5G มีความเหนือกว่า 4G ในหลายๆ ด้าน อย่างเช่นมีความเหนือกว่า 4G ประมาณ 10 ถึง 20 เท่า สามารถรองรับอุปกรณ์ได้ถึง 10 เท่าความหน่วงต่ำมาก เชื่อต่อกันแบบ Realtime กันเลย ใช้เวลาเชื่อมต่อน้อยถึง 90% ทำให้แบตเตอรี่อยู่ได้ยาวนานขึ้น แล้วย่านความถี่กว้างขึ้นจากเดิม 4G มีแค่ 3 GHz แต่ 5G ใช้ได้ถึง 30 GHz ให้คนทั่วไปสามารถนำไปปรับใช้งานที่แตกต่างกันไปค่ะ

สำหรับ 5 เทรนด์เทคโนโลยีที่ TechSpace หยิบยกมานำเสนอในวันนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่จะเกิดขึ้นในปี 2020 และอาจกลายเป็นรากฐานในการพัฒนาในอีกหลายๆ เทคโนโลยีถัดไปอีก 5 ปี 10 ปี ข้างหน้า หลายเทคโนโลยีที่คยถูกพับเก็บไปอาจจะกลับมาใช้งานอีกครั้งหลังจากวางรากฐานนี้ รวมถึงอาจจะพัฒนาต่อยอดได้มากกว่าที่เคยเป็นที่น่าสนใจและน่าติดตามดูกันต่อว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง