คอมพิวเตอร์ตัวช่วยสำคัญในการทำงาน ที่ช่วยให้เราทำงานได้ไหลลื่นแต่จนแล้วจนรอด เจ้าคอมพิวเตอร์เองก็เป็นสิ่งของที่อาจเกิดปัญหาในการใช้งานได้บ่อย ๆ เชื่อว่าหลายคนคงเคยเจอปัญหาเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นคอมค้าง โปรแกรมค้าง คอมติดไวรัส วันนี้ TechSpace จึงมาไขข้อข้องใจให้ทุกคนถึงปัญหา ที่อาจจะเคยเกิดขึ้นกับคุณว่าสาเหตุมาจากอะไรและเราจะสามารถจัดการได้อย่างไร

1. คอมค้าง ปัญหายอดฮิตที่คอยก่อกวนเมื่อคุณใช้งานคอมพิวเตอร์ ซึ่งสาเหตุจริง ๆ ของคอมค้างนั้นมีหลาย สาหตุและวิธีการแก้ไขก็ต่างออกไป 

1) เกิดจากการเสียบสายไฟหรือสายอุปกรณ์บางตัวหลวม ปัญหานี้แก้ได้ ด้วยการเช็คว่าสายและอุปกรณ์ไม่หลวม หลุด หรือชำรุด

2) การลงโปรแกรมที่มากควรลบโปรแกรมที่ไม่ใช้แล้วออก อย่าโหลดไว้ในเครื่องเยอะ
ปัญหาที่ฮาร์ดดิสก์ ควรหมั่นตรวจเช็คฮาร์ดดิสก์ ซึ่งหากใครไม่รู้วิธี เรามีลิงก์วิธีการไว้ให้ คลิก เข้าไปดูกันได้เลย

3) การติดไวรัสของคอมพิวเตอร์ที่นอกจากจะทำให้คอมค้างแล้ว ทำให้คอมพังได้อีกด้วย ควรมีโปรแกรมสแกนไวรัสไว้ในคอมพิวเตอร์เพื่อป้องกันคอมติดไวรัส

2. คอมมีเสียงร้อง หลายคนคงสงสัยไปตามกันที่อยู่ดี ๆ เจ้าคอมพิวเตอร์ก็ส่งเสียงตี๊ด ๆ ซึ่งปัญหานี้มาจาก 3 สาเหตุได้แก่ Ram การ์ดจอ และเมนบอร์ดสามารถสังเกตความผิดปกติได้จากเสียง

เสียงตี๊ดดดดดดด ดังยาวต่อเนื่องหลายครั้ง แสดงว่า Ram หรือหน่วยความจำมีปัญหา
เสียงตี๊ดยาว 1 ครั้ง และสั้น 2 ครั้ง แสดงว่าปัญหาอยู่ที่การ์ดจอ
เสียงตี๊ดสั้น ๆ ติดต่อกันหลายครั้งแสดงว่าเมนบอร์ดทำงานผิดปกติ

โดยวิธีการแก้ไขต้องดูไปตามสาเหตุ โดยวิธีแรกง่ายที่สุดคือให้ลอง Restart เครื่องดูก่อน และหากปัญหามาจาก Ram การ์ดจอ หรือเมนบอร์ดให้ลองถอดออกมาทำความสะอาด แต่หากยังไม่ได้อีกอาจจะต้องเรียกช่างมาซ่อม

3. คอมติดไวรัส ปัญหาที่หลายคนกลัวเพราะนอกจากจะส่งผลเสียต่อคอมพิวเตอร์แล้วยังสร้างความเสียหายให้กับไฟล์งานในเครื่อง

วิธีแก้ง่าย ๆ คือหมั่นสแกนไวรัสในเครื่องและหลีกเลี่ยงโปรแกรมที่มีความเสี่ยงต่อการติดไวรัสต่าง ๆ ดังนั้นการติดตั้งโปรแกรม Antivirus ไว้ในเครื่องนั้นสำคัญและจำเป็นมากถือเป็นการกันไว้ก่อนแก้

4. โปรแกรมค้าง ปัญหาคลาสสิคที่หลายคนปวดหัว เพราะเมื่อเกิดขึ้นแล้วอาจสร้างความเสียหายให้งานของเราได้

ปัญหานี้เกิดได้จาก 2 สาเหตุ

1) การใช้ความจำคอมพิวเตอร์มากเกินหรือคอมพิวเตอร์ที่ความจำเต็ม

2) คอมพิวเตอร์ติดไวรัส สามารถแก้ได้ด้วยการกด Ctrl+Alt+Del แล้วเลือกโปรแกรมที่ค้างคลิก End Task เพื่อปิดการใช้งาน แล้วเปิดโปรแกรมขึ้นมาใหม่อีกครั้งจะพบข้อมูลหลงเหลืออยู่จากการ Auto Save ของคอมพิวเตอร์

ปัญหาที่เกิดขึ้น อาจมาจากหลายสาเหตุและสาเหตุหลักที่พบบ่อยก็คือการที่คอมติดไวรัสดังนั้นอย่าลืมที่จะติดตั้งโปรแกรม Antivirus และหมั่นสแกนไวรัส คอยดูแลรักษาคอมพิวเตอร์เพื่ออายุการใช้งานที่ยืนยาวและความสะดวกในการใช้งานของเราเอง TechSpace