โน๊ตบุ๊คเปิดไม่ติด ปัญหาสุดฮิตที่แก้ไขเองได้

/

โน๊ตบุ๊คเปิดไม่ติด ปัญหาสุดฮิตที่แก้ไขเองได้

แก้โน๊ตบุ๊คเปิดไม่ติด ปัญหายอดฮิตของเหล่า User

ปัญหาโน๊ตบุ๊คเปิดไม่ติด ต้องบอกว่าเป็นปัญหาพื้นฐานที่หลายๆคนเคยเจอ และแน่นอน ปัญหานี้คือฝันร้ายของเหล่าวัยทำงานเลยล่ะ เพราะ Notebook นี่เป็นเหมือนอาวุธสำคัญในการทำงาน ถ้าพังหรือมีปัญหาล่ะก็ ส่งผลต่องานอย่างแน่นอน 

แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหา Notebook ไม่ติดนั้น ก็แก้ไขได้ไม่ยากอย่างที่หลายคนเข้าใจเลยนะคะ เพราะจริงๆแล้วปัญหาใน Notebook จะมีอยู่ไม่กี่จุด ซึ่งในบทความนี้ เราจะแนะวิธีแก้ไขปัญหาโน๊ตบุ๊คเปิดไม่ติด ที่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง รับรองว่าไม่ยาก และทำได้ทุกคนแน่นอนค่ะ

หากอยู่ๆ โน๊ตบุ๊คเปิดไม่ติด อาจจะเกิดจากฮาร์ดแวร์ของเครื่อง หรือไวรัสที่บุกเล่นงานซอฟต์แวร์ภายในเครื่อง ซึ่งสามารถแก้ไขเบื้องต้นได้ดังนี้

  1. ตรวจดูปลั๊กว่ามีปัญหาหรือไม่ มีการชาร์จไฟเข้าหรือเปล่า ?

วิธีแก้ไขเบื้องต้นเลยล่ะอันนี้ หากบอกใครก็ตามว่าโน๊ตบุ๊คเปิดไม่ติด คำถามที่ได้กลับมาคือ ‘ชาร์จแบตหรือยัง? แบตหมดหรือเปล่า?’ ดังนั้นลองสังเกตและชาร์ตไฟก่อนเป็นอันดับแรกเลยค่ะ 

และอีกวิธีที่อยากจะแนะนำ คือให้ผู้ใช้ที่มีโน๊ตบุ๊คที่ชาร์จแบตเตอรี่ผ่าน USB-C ได้ ให้ลองเอาปลั๊กมือถือที่กำลังชาร์จ 45-65 วัตต์ เสียบชาร์จผ่าน USB-C ดูว่าไฟเข้าหรือเปล่าแล้วลองถอดสลับกับอะแดปเตอร์เฉพาะของตัวเครื่องดู ซึ่งถ้าไฟจากพอร์ต USB-C เข้า แต่อะแดปเตอร์เสียบแน่นแล้วแต่ไฟไม่เข้าก็อาจจะสรุปได้เลยว่าเราต้องเอาอะแดปเตอร์ของเราไปเคลมหรือส่งซ่อมเสียแล้ว

  1. ถอด Docking Station ออกก่อนแล้วเปิดใหม่อีกครั้ง

ปัญหา Notebook ไม่ติด อาจจะเกิดจาก Docking station หรือ USB-C Multiport Adapter ที่รวมอุปกรณ์เชื่อมต่อต่าง ๆ ของเราเอาไว้ แล้วมีแฟลชไดรฟ์หรือ Memory Card สักตัวเสียบค้างเอาไว้ แล้ว BIOS ที่ทำงานอยู่เบื้องหลังของ Windows อาจจะพยายามเรียกบูตเครื่องจาก Memory Card หรือแฟลชไดรฟ์ตัวนั้นอยู่ ซึ่งสาเหตุนี้นั้น มักเกิดกับผู้ใช้ที่เพิ่งทำการล้างเครื่องเพื่อลง Windows มาใหม่ แล้วลืมเปลี่ยนการตั้งค่าใน BIOS ให้ไปบูตเครื่องขึ้นมาจาก ฮาร์ดดิสก์หรือ SSD ตัวที่ติดตั้ง Windows เสร็จแล้วนั่นเอง

วิธีแก้คือ ให้ถอดตัว USB0C Multiport Adaptor ออกแล้วเสียบปลั๊กเข้าเครื่อง จจากนั้นถ้าเครื่องของเราบู๊ตจนเสร็จเข้าหน้า Windows พร้อมใช้งานแล้วถือว่าผ่าน ถ้าให้ดีก็แนะนำว่าควรเข้าไปตั้งค่าใน BIOS ให้บูตจากไดรฟ์ที่ติดตั้ง Windows เอาไว้เป็นอันดับแรก

  1. บูตเข้า Safe Mode ตรวจสอบไวรัสแฝง

หลายๆคนอาจจะไม่รู้จัก Window Safe Mode ซึ่งส่วนนี้เป็นส่วนที่ผู้ใช้งานจะไม่ได้เข้ามาใช้บ่อยนัก เพราะเป็นเหมือนหลังบ้านที่ Microsoft ทำไว้ให้ผู้ใช้ได้ซ่อมแซมหรือปรับแต่งชุดคำสั่งหากมีปัญหา แล้วระบบจะบล็อกไม่ให้ตัว Windows ทำงานแล้วรันซอฟต์แวร์ต่างๆตามปกติ

สำหรับผู้ใช้ที่เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ อาจจะเข้า Safe Mode มาถอดนโปรแกรมหรือมัลแวร์ที่แฝงตัวเข้ามาในเครื่องแล้วระบบสแกนไวรัสของเครื่องหาไม่เจอ ซึ่งมัลแวร์บางตัว อาจจะเป็นต้นเหตุของการการที่โน๊ตบุ๊คเปิดไม่ติดนั่นเอง

ซึ่งสามารถเข้า Safe Mode โดยการกดปุ่ม Power ค้างไว้ 10 วินาที เมื่อโน๊ตบุ๊คติด ให้กด Power ค้างอีกครั้งเพื่อดับเครื่อง โดยทำแบบนี้ซ้ำ 3 ครั้ง จากนั้นตัวเครื่องจะพาเข้าหน้า Safe Mode ตามภาพด้านบน จากนั้นกดคำวั่ง Troubleshoot เพื่อให้เครื่องเริ่มเช็กปัญหา

เลือกคำสั่ง Advanced Options เพื่อดูตัวเลือกในการเช็กปัญหาต่างๆเพิ่มเติม

ที่หน้า Advanced options จะมีตัวเลือกให้ใช้หลายแบบ ให้เลือก Startup Settings เพื่อเปลี่ยนวิธีการบูตระบบ Windows

เครื่องจะขึ้นคำสั่ง Startup Settings ตัวเครื่องจะนำเข้าสู่หน้า Safe Mode ด้วย ให้กด Restart จากนั้นเมื่อเข้าสู่หน้า Safe Mode ที่เป็นหน้าจอปกติของ Windows แต่ความละเอียดและฟังก์ชันอื่นๆแตกต่างจากปกติ ให้สแกนไวรัสด้วย Windows Defender เพื่อเช็กและกำจัดไวรัสที่อยู่ในเครื่อง ซึ่งหากไวรัสเป็นต้นตอของปัญหา หากสแกนเรียบร้อย จะส่งผลให้อุปกรณ์กลับมาใช้งานได้ตามปกติ 

อย่างไรก็ตาม การกด Shift+F8 เพื่อเปิดตัวเลือกเข้าสู่ Safe Mode ถ้าเราตั้งค่า BIOS เป็น UEFI และติดตั้ง Windows เอาไว้ใน SSD เครื่องจะบูตเร็วจนอาจจะเปิดคำสั่งนี้ไม่ทัน ซึ่งแนะนำว่า ให้ใช้วิธีกด Power 3 ครั้งอย่างที่แนะนำไปด้านบนจะเหมาะสมกว่า 

  1. จัดการแบตเตอรี่ในเครื่องสักหน่อย

battery smolสายไฟของแบตเตอรี่เป็นสายที่ต่อจากเครื่องหมายขั้วบวก, ลบเข้าที่หัวรับบนเมนบอร์ด

บางครั้ง อาการโน๊ตบุ๊คเปิดไม่ติดอาจจะมาจากปัญหาแบตเตอรี่ล้นจนก่อปัญหาไฟฟ้าเกินแล้วรวนก็ได้ ซึ่งถ้าเป็นปัญหาส่วนนี้ถือว่าแก้ไขได้ไม่ยาก แต่ต้องระวังอย่าทำลัดขั้นตอนจะดีที่สุด จะได้ไม่เกิดปัญหาตามมาภายหลัง โดยขั้นตอนให้ทำตามนี้

  • ตอนเครื่องยังดับและเปิดไม่ติด ให้ถอดปลั๊กของโน๊ตบุ๊คออกแล้วเปิดฝาหลังของเครื่องมาถอดสายแบตเตอรี่ที่ต่อเข้ากับตัวเมนบอร์ด กรณีแบตเตอรี่ของโน๊ตบุ๊ครุ่นนั้นเป็นแบบฝังแล้วถอดไม่ได้ให้เสียบปลั๊กเอาไว้ตามเดิม

***ขั้นตอนนี้มีเคล็ดลับคือ ให้ใช้คีมหนีบปลายแหลมสอดเข้าไปหนีบสายไฟทุกเส้นให้อยู่ในแนวคีม ก่อนหนีบดึงเบา ๆ ให้หัวปลั๊กที่เป็นพลาสติกเลื่อนออกมา ค่อยเอาปลายคีมเขี่ยออกเพื่อป้องกันการดึงสายไฟแรงเกินไปแล้วสายไฟขาด

  • พอถอดสายแบตเตอรี่ออกแล้ว ให้กดปุ่มเปิดเครื่องค้างเอาไว้ 30 วินาที เพื่อดึงไฟฟ้าที่ค้างอยู่ในระบบออกมาให้หมด
  • ให้เสียบปลั๊กโน๊ตบุ๊คจากนั้นกดปุ่มเปิดเครื่อง ห้ามเสียบสายแบตเตอรี่ ถ้าโน๊ตบุ๊คเปิดติดแล้วให้รอจนเครื่องบูตเข้าหน้า Windows จนเสร็จค่อยกด Shutdown ตามปกติ
  • ถอดปลั๊กไฟโน๊ตบุ๊คออก แล้วต่อสายแบตเตอรี่กลับเข้าเมนบอร์ดให้เรียบร้อย ปิดฝาจากนั้นเปิดเครื่องแล้วใช้งานได้ตามปกติ

ส่วนถ้าโน๊ตบุ๊คของใครทำตามขั้นตอนทั้งหมดนี้แล้วยังเปิดไม่ติด ให้ย้อนกลับไปทำในข้อ 2 อีกครั้ง แต่ให้กดปุ่มเปิดเครื่องนานขึ้นเป็น 1 นาที แล้วทำตามขั้นตอนทั้งหมดอีกครั้ง ซึ่งถ้าปัญหาเกิดจากอาการแบตเตอรี่ล้นจริง เครื่องของเราก็จะกลับมาใช้งานได้ตามปกติแล้ว

  1. ถ่าน CMOS อาจจะมีปัญหา ลองเปลี่ยนดูหน่อย

ถ่าน CMOS (Complementary Metal Oxide Semiconductor) คือชิ้นส่วนที่ถูกใส่ในเมนเบอร์ด เพื่อรังถ่านจ่ายไฟเลี้ยงให้ระบบ BIOS ซึ่งเป็นระบบเบื้องหลังของ Notebook เพื่อเซฟการตั้งค่าต่างๆเอาไว้ เมื่อเรากด Shut down Notebook ไปแแล้ว การตั้งค่าไม่หาย เพราะได้ไฟเลี้ยงจากถ่านอันนี้นั่นเอง หากถ่าน CMOS หรือถ่านกระดุมแบตใกล้หมด จะเกิดปัญหาดังนี้

โน๊ตบุ๊คเปิดไม่ติดในบางครั้ง

– วันและเวลาที่ตั้งค่าไว้ในเครื่องจะหายไป

– อุปกรณ์เสริมต่างๆทำงานผิดปกติ

– Driver บางตัวไม่ทำงานหรือเสียหาย

– ต่อ Wi-Fi หรือ LAN ไม่ได้

– Notebook มีเสียงดัง ปี๊บ ออกมา

และหากแก้ปัญหาตามที่แนะนำไปทั้ง 4 ข้อแล้วยังไม่ดีขึ้น แนะนำให้เปลี่ยนถ่าน CMOS โดยสามารถซื้อได้จากในอินเทอร์เน็ตหรือร้านขายแบตเตอรี่เจ้าต่างๆ แล้วซื้อมาเปลี่ยนได้เลย

 

  1. ชิ้นส่วนภายในอาจจะเสียหาย

หากเช็กปัญหาทั้งหมดข้างต้นแล้วก็ยังคงเจอปัญหาโน๊ตบุ๊คเปิดไม่ติด หรือเปิดมาแล้วมีแต่เสียงพัดลม แต่ภาพหน้าจอไม่ขึ้น อาจจะเกิดจากชิ้นส่วนภายในเครื่องเสียหาย ทั้งสายแพหน้าจอ, ชิ้นส่วนบนเมนบอร์ด หากเป็นเช่นนั้น จำเป็นต้องให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยซ่อมให้ ทั้งบริการ IT Support, IT Helpdesk หรือแม้แต่ศูนย์ประจำแบรนด์นั้นๆ เพื่อทำการแก้ไขอย่างละเอียดในขั้นตอนต่อไป

 

ขอบคุณที่มา: notebookspec.com

 

Notebook เป็นเหมือนอุปกรณ์คู่ใจในการทำงาน หากเกิดปัญหาขึ้น ทั้ง Notebook ไม่ติด หรือแม้แต่ปัญหาอื่นๆ อาจจะส่งผลต่อการทำงานได้ แต่ทั้งนี้ วิธีที่แนะนำไป หากไม่มั่นใจในการแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง แนะนำให้ติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านไอที เพื่อทำการซ่อมแซม จะปลอดภัยและประหยัดเวลาด้วยค่ะ

แต่นอกจากนี้แล้ว หากธุรกิจมี Partner เป็น IT Outsource จะทำให้การซ่อมแซมเป็นเรื่องง่าย และไม่จำเป็นต้องทำเองให้ยุ่งยากด้วยค่า เพราะผู้เชี่ยวชาญจะดูแลระบบไอที รวมถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ช่วยให้การทำงานง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเองค่ะ 

สนใจบริการ IT Outsource อย่าลืมนึกถึง TechSpace นะคะ

 

สามารถติดต่อได้ที่

m.me/TechSpaceIT

Line : @TechSpace

☎ Tel. 02-381-9075

🌎 www.techspace.co.th