NGAV - Next Generation Anti-Virus คืออะไร มีความแตกต่างกันกับแอนตี้ไวรัสเดิมๆหรือไม่

NGAV คืออะไร? ต่างกับโปรแกรมแอนตี้ไวรัส รุ่นเก่าๆ อย่างไร 

การใช้เพียง Antivirus แบบดั้งเดิมอาจไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะในปัจจุบันภัยคุกคามไซเบอร์ทวีความรุนแรงมากขึ้น การมีเพียงแค่ แอนตี้ไวรัส แบบเดิมอาจไม่เพียงพอสำหรับองค์กรอีกต่อไป เพราะมัลแวร์ หรือแรนซัมแวร์มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว และซับซ้อนขึ้น ทำให้โปรแกรมป้องกันไวรัส แบบเดิมที่พึ่งพาเพียงฐานข้อมูลไวรัส (Signature-based) ไม่สามารถตอบโต้ภัยคุกคามเหล่านี้ได้ทันท่วงที

 

Next-Generation Antivirus (NGAV) จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการป้องกันภัยคุกคามให้กับองค์กร ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงที่ตอบโจทย์การป้องกันที่ต้องการความสามารถในการวิเคราะห์สูงขึ้น

NGAV คืออะไร?

NGAV (Next Generation Anti-virus) โดยพื้นฐานแล้ว คือ โปรแกรมป้องกันไวรัสยุคใหม่ที่พัฒนาขึ้นจาก แอนตี้ไวรัส แบบดั้งเดิม โดยไม่ได้พึ่งแค่ฐานข้อมูลไวรัส (Signature-based) เพียงอย่างเดียว แต่ NGAV ใช้เทคโนโลยีอย่าง AI (Artificial Intelligence) และ Machine Learning ช่วยในการวิเคราะห์พฤติกรรม เพื่อตรวจจับ และป้องกันภัยคุกคาม แม้จะเป็นมัลแวร์ชนิดใหม่ที่ยังไม่เคยพบมาก่อน ซึ่งแตกต่างจาก Antivirus แบบเก่าที่ต้องรอการอัปเดตฐานข้อมูลไวรัสก่อนจึงจะสามารถตรวจจับได้  

ความแตกต่างระหว่าง NGAV กับ โปรแกรมแอนตี้ไวรัสแบบเดิม

คุณสมบัติโปรแกรมแอนตี้ไวรัสแบบเดิม NGAV
การตรวจจับภัยคุกคาม ใช้ Signature-based (อาศัยลายเซ็นมัลแวร์ในฐานข้อมูล) ใช้ Ai วิเคราะห์ตามพฤติกรรม และเทคนิคฮิวริสติก (Heuristics) 
เทคโนโลยีที่ใช้อัปเดตลายเซ็นในฐานข้อมูลการเรียนรู้ของเครื่อง ปัญญาประดิษฐ์ แซนด์บอกซ์
การป้องกันตอบสนองต่อภัยคุกคามที่รู้จักป้องกันแบบเชิงรุก โดยคาดการณ์ และป้องกันภัยคุกคาม
ความเร็ว เวลาตอบสนองจะช้าลง เพราะการอัปเดตฐานข้อมูลมีมากขึ้นเวลาตอบสนองจะรวดเร็ว เนื่องจากวิเคราะห์แบบเรียลไทม์

การรวมบูรณาการกับระบบ

คลาวด์

ใช้ร่วมระบบคลาวด์มีจำกัดหรือไม่มีเลยส่วนใหญ่ใช้ระบบคลาวด์เพื่อการอัปเดต และจัดการแบบรวมศูนย์
การวิเคราะห์วิเคราะห์ไฟล์ที่รู้จักเท่านั้นวิเคราะห์พฤติกรรมแบบเรียลไทม์ และป้องกันภัยที่ไม่รู้จัก

 

ทำไมถึงควรหันมาใช้ NGAV?

  • ป้องกันมัลแวร์และแรนซัมแวร์แบบเรียลไทม์: NGAV ตรวจจับ และสกัดกั้นการโจมตีได้ทันที ก่อนสร้างความเสียหายให้กับระบบและข้อมูลของคุณ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการรับมือกับแรนซัมแวร์ที่สามารถเข้ารหัสข้อมูลของคุณได้ในเวลาอันรวดเร็ว
  • วิเคราะห์พฤติกรรมแทนการรอฐานข้อมูลไวรัส: NGAV ใช้ AI และ Machine Learning เพื่อตรวจจับภัยแฝง แม้ยังไม่มีข้อมูลในระบบ ทำให้สามารถป้องกันภัยคุกคามแบบ Zero-day Attacks (การโจมตีที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ทำงานได้ลื่นไหล ไม่กินทรัพยากรเครื่อง: แม้จะมีความสามารถที่ซับซ้อน แต่ NGAV ถูกออกแบบมาให้ทำงานได้อย่างลื่นไหล ไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ ช่วยให้ผู้ใช้งานยังทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ แม้เปิด โปรแกรมป้องกันไวรัส ตลอดเวลา
  • จัดการหลายอุปกรณ์จากศูนย์กลางได้: NGAV เหมาะสำหรับองค์กรที่มีหลายเครื่อง หรือพนักงานทำงานจากระยะไกล สามารถจัดการและตรวจสอบสถานะความปลอดภัยของทุกอุปกรณ์ได้จากศูนย์กลาง ช่วยลดภาระการดูแลระบบของทีม IT
  • รองรับการทำงานร่วมกับระบบความปลอดภัยอื่น: NGAV สามารถขยายขีดความสามารถในการตรวจจับ วิเคราะห์ และตอบสนองภัยคุกคามเชิงลึกได้เมื่อทำงานร่วมกับระบบความปลอดภัยอื่นๆ เช่น EDR (Endpoint Detection and Response) หรือ XDR (Extended Detection and Response)
  • ช่วยเสริมความมั่นใจด้านการรักษาความปลอดภัยข้อมูล (Data Security) และช่วยเรื่อง Compliance เช่น ISO 27001, PDPA, GDPR

NGAV ป้องกันภัยแบบไหนได้บ้าง?

  • Ransomware: ป้องกันการเข้ารหัสข้อมูลเรียกค่าไถ่
  • Fileless Malware: ตรวจจับการโจมตีที่ไม่ใช้ไฟล์ เช่น การแฝงตัวใน PowerShell
  • Zero-Day Exploits:  ปิดช่องโหว่ก่อนผู้โจมตีจะใช้ประโยชน์
  • Phishing และ Social Engineering: ตรวจสอบลิงก์และอีเมลต้องสงสัย
  • Advanced Persistent Threats (APT):  วิเคราะห์รูปแบบการโจมตีระยะยาวที่แอบแฝงในระบบ

ข้อควรรู้ก่อนเลือกใช้โปรแกรมแอนตี้ไวรัส NGAV

  • ควรเลือก NGAV ที่สามารถทำงานร่วมกับระบบตรวจจับ และตอบสนอง (EDR) หรือแพลตฟอร์มการวิเคราะห์ความปลอดภัยแบบครอบคลุม (XDR) เพราะจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการตรวจสอบภัยคุกคามเชิงลึก และตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • ควรพิจารณาความสามารถในการบริหารจัดการผ่าน Cloud Console เพื่อเพิ่มความสะดวกในการดูแลจากระยะไกล และช่วยลดภาระของทีมไอที
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าโซลูชัน NGAV ที่เลือก สามารถรองรับระบบปฏิบัติการที่องค์กรใช้งาน เช่น Windows, macOS, Linux รวมถึงอุปกรณ์ปลายทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Desktop, Laptop หรือ Mobile Device
  • สำรวจฟีเจอร์ Threat Hunting, Incident Response และ Reporting ที่ใช้งานได้จริง เพราะ NGAV ที่ดีควรมีเครื่องมือสำหรับการค้นหาและตรวจสอบภัยคุกคามเชิงรุก และฟังก์ชันตอบสนองต่อเหตุการณ์ รวมถึงระบบรายงาน ที่สามารถใช้งานได้จริง เพื่อช่วยให้ทีมไอทีสามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและตัดสินใจได้ทันท่วงที

NGAV ไม่ได้มาแทน Antivirus แบบเดิมเพียงอย่างเดียว แต่คือการพัฒนาไปอีกขั้น เพื่อรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์ที่มีความซับซ้อน และอันตรายยิ่งขึ้น สำหรับองค์กรที่ต้องการความปลอดภัยแบบ Proactive และไม่ต้องการให้ข้อมูลสำคัญตกอยู่ในความเสี่ยง NGAV รุ่นใหม่จึงเป็นทางเลือกที่ควรลงทุนอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน 

 

หากคุณต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับ NGAV ที่เหมาะสมสำหรับองค์กรของคุณ  TechSpace ผู้ให้บริการ IT Outsource แบบครบวงจร สามารถให้คำแนะนำ พร้อมทั้งติดตั้งโปรแกรมสแกนไวรัสที่หรือ NGAV ที่เหมาะสมให้กับองค์กรคุณ เพื่อรับความปลอดภัย และให้คุณโฟกัสกับธุรกิจ และสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แบบไร้ความกังวลจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ 

ติดต่อ TeschSpace วันนี้

LINE: @techspace
Facebook: https://www.facebook.com/TechSpaceIT/
Tel: 02-3819076
E-mail: [email protected]

Related Article