แอนตี้ไวรัส

เทียบหมัดต่อหมัด! NGAV ตัวไหนเหมาะกับธุรกิจคุณมากที่สุด?

ภัยไซเบอร์เป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้กับทุกองค์กร ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ แค่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ก็มีโอกาสถูกไวรัส มัลแวร์ หรือแฮกเกอร์โจมตีได้ทันที ทำให้การใช้เพียงแอนตี้ไวรัสแบบเดิม อาจไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะภัยสมัยใหม่มีความซับซ้อน และสามารถแฝงตัวได้อย่างแนบเนียน หลายองค์กรจึงหันมาใช้แอนตี้ไวรัสยุคใหม่ หรือ NGAV (Next Generation Anti-virus) ที่ฉลาด ปลอดภัย และพร้อมรับมือกับการโจมตีที่ล้ำสมัยมากขึ้นทุกวัน  

NGAV คืออะไร?

NGAV หรือ (Next Generation Anti-virus) คือ แอนตี้ไวรัสยุคใหม่ที่พัฒนาขึ้นจากแอนตี้ไวรัสแบบดั้งเดิม โดยไม่ได้พึ่งแค่ฐานข้อมูลไวรัส (Signature-based) เพียงอย่างเดียว แต่ NGAV ใช้เทคโนโลยีอย่าง AI ช่วยในการวิเคราะห์พฤติกรรม เพื่อตรวจจับ และป้องกันภัยคุกคาม แม้จะเป็นมัลแวร์ชนิดใหม่ที่ยังไม่เคยพบมาก่อน เช่น

 

  • Ransomware: มัลแวร์เรียกค่าไถ่ที่ล็อกไฟล์ในระบบ

     

  • Polymorphic Malware:  ไวรัสที่สามารถเปลี่ยนรูปร่างตัวเองเพื่อหลบการตรวจจับ

     

  • Fileless Attack: การโจมตีที่ไม่ต้องใช้ไฟล์ ทำงานผ่านหน่วยความจำหรือสคริปต์ในระบบ

ฟีเจอร์เด่นที่แอนตี้ไวรัสยุคใหม่ (NGAV) ควรมี

เพื่อให้การป้องกันภัยไซเบอร์มีประสิทธิภาพสูงสุด ควรเลือกโปรแกรมแอนตี้ไวรัส หรือ NGAV ที่มีคุณสมบัติ ดังนี้

 

  • ป้องกันมัลแวร์และแรนซัมแวร์แบบเรียลไทม์
    ตรวจจับ และสกัดกั้นการโจมตีได้ทันที ก่อนสร้างความเสียหาย

     

  • วิเคราะห์พฤติกรรมแทนการรอฐานข้อมูลไวรัส
    ใช้ AI และ Machine Learning เพื่อตรวจจับภัยแฝง แม้ยังไม่มีข้อมูลในระบบ

     

  • ทำงานได้ลื่นไหล ไม่กินทรัพยากรเครื่อง
    ช่วยให้ผู้ใช้งานยังทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ แม้เปิดแอนตี้ไวรัสตลอดเวลา

     

  • จัดการหลายอุปกรณ์จากศูนย์กลางได้
    เหมาะสำหรับองค์กรที่มีหลายเครื่อง หรือพนักงานทำงานจากระยะไกล

     

  • รองรับการทำงานร่วมกับระบบความปลอดภัยอื่น เช่น EDR หรือ XDR
    ขยายขีดความสามารถในการตรวจจับ วิเคราะห์ และตอบสนองภัยคุกคามเชิงลึก


เปรียบเทียบแอนตี้ไวรัสยุคใหม่ (NGAV) ตัวท็อปในตลาด

1. SentinelOne

 

คุณสมบัติ (Feature)

SentinelOne

เทคโนโลยีหลัก

ใช้ AI ขับเคลื่อนอัตโนมัติ (Autonomous AI) วิเคราะห์ และตอบสนองบน Endpoint โดยไม่ต้องพึ่งพา Cloud ตลอดเวลา

การป้องกัน Ransomware

ใช้ Static AI Engine ตรวจจับ และบล็อกแรนซัมแวร์ ไม่จำเป็นต้องพึ่ง Signature-based

การสืบสวน (EDR/XDR)

มี Storyline แสดงลำดับเหตุการณ์โจมตีชัดเจน และตอบสนองอัตโนมัติ (Automated Response) 

การบริหารจัดการ

Cloud-based คอนโซลทันสมัย ใช้งานง่าย และยืดหยุ่น เหมาะกับผู้ใช้ทุกระดับ และเข้าถึงได้ทุกที่ผ่านอินเทอร์เน็ต

ผลกระทบต่อเครื่อง

(Performance Impact)

มีผลกระทบน้อยมาก เนื่องจาก Agent ทำงานได้ด้วยตัวเอง (Autonomous) ช่วยให้เครื่องไม่ทำงานหนัก 

เหมาะสำหรับใคร?

เหมาะกับองค์กรทุกขนาดที่ต้องการระบบอัตโนมัติสูง ช่วยลดภาระงานของทีม IT

จุดเด่น

การตอบสนองอัตโนมัติ (Automated Response) และการ Rollback

 

2. CrowdStrike Falcon

 

คุณสมบัติ (Feature)

CrowdStrike Falcon

เทคโนโลยีหลัก

Cloud-based AI และ Threat Graph โดยประมวลผลข้อมูลจาก

คลาวด์ร่วมกับฐานข้อมูลภัยคุกคามอัจฉริยะ (Threat Graph) เพื่อเชื่อมโยง และวิเคราะห์เหตุการณ์ต่าง ๆ

การป้องกัน Ransomware

ป้องกันด้วย AI และ Behavioral Blocking

การสืบสวน (EDR/XDR)

แสดงภาพรวมการโจมตีด้วย Threat Graph พร้อมเฝ้าระวังแบบเชิงรุกโดย Falcon OverWatch ทีม Threat Hunting ระดับโลก

การบริหารจัดการ

100% Cloud-native โดยทำงานบนคลาวด์เต็มรูปแบบ มีความเร็วสูง ใช้งานง่าย และไม่ต้องเสียเวลาบำรุงรักษาใด ๆ

ผลกระทบต่อเครื่อง

(Performance Impact)

มีผลกระทบน้อยที่สุด เนื่องจากเป็น Agent ที่เบาที่สุดในตลาด เพราะประมวลผลบนคลาวด์เป็นหลัก

เหมาะสำหรับใคร?

องค์กรขนาดกลางถึงใหญ่ ที่ต้องการเครื่องมือวิเคราะห์ และตรวจสอบภัยคุกคามขั้นสูง

จุดเด่น

EDR และ Threat Intelligence 

 

3. Sophos Intercept X

 

คุณสมบัติ (Feature)

Sophos Intercept X

เทคโนโลยีหลัก

Deep Learning & Anti-exploit ในการตรวจจับ และป้องกันภัยคุกคามก่อนที่การโจมตีจะเกิดขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกเจาะระบบผ่านช่องโหว่ 

การป้องกัน Ransomware

มีเทคโนโลยี CryptoGuard ป้องกันการเข้ารหัสไฟล์โดยเฉพาะ

การสืบสวน (EDR/XDR)

เชื่อมต่อข้อมูลกับผลิตภัณฑ์อื่นของ Sophos เช่น Firewall, Email, Cloud (Sophos Ecosystem) เพื่อการวิเคราะห์อย่างครอบคลุม (XDR)

การบริหารจัดการ

Cloud-based (Sophos Central) รวมทุกผลิตภัณฑ์ของ Sophos ไว้บนคลาวด์ที่เดียว สามารถจัดการ และควบคุมได้ง่ายผ่านอินเทอร์เฟซเดียว

ผลกระทบต่อเครื่อง

(Performance Impact)

มีผลกระทบน้อย เนื่องจากออกแบบมาเพื่อรบกวนการทำงานของผู้ใช้ให้น้อยที่สุด

เหมาะสำหรับใคร?

เหมาะกับลูกค้าที่ใช้ผลิตภัณฑ์ Sophos อื่นๆ อยู่แล้ว หรือธุรกิจที่ต้องการโซลูชันความปลอดภัยแบบครบวงจรในแพลตฟอร์มเดียว

จุดเด่น

ดูแลความปลอดภัยทั้งระบบจากศูนย์กลางผ่านแพลตฟอร์มเดียว 

 

4. Bitdefender GravityZone

 

คุณสมบัติ (Feature)

Bitdefender GravityZone

เทคโนโลยีหลัก

Layered Security & Machine Learning ป้องกันหลายชั้น ตั้งแต่ Network, Hypervisor ไปจนถึง Endpoint

การป้องกัน Ransomware

มี Ransomware Mitigation และ Backup ข้อมูลได้

การสืบสวน (EDR/XDR)

มี EDR ที่แสดงภาพการโจมตี และมี XDR สำหรับเชื่อมต่อกับส่วนอื่นๆ

การบริหารจัดการ

Cloud or On-premise

ยืดหยุ่นสูง เลือกได้ว่าจะบริหารจัดการผ่านคลาวด์หรือเซิร์ฟเวอร์ On-premise

ผลกระทบต่อเครื่อง

(Performance Impact)

มีผลกระทบน้อย เนื่องจากมีเทคโนโลยี Photon ช่วยปรับการสแกนให้เหมาะกับแต่ละเครื่อง

เหมาะสำหรับใคร?

เหมาะสำหรับองค์กรที่มีความต้องการหลากหลาย เช่น Data Center ภายในองค์กร หรือจำเป็นต้องกำหนดนโยบายความปลอดภัยแบบละเอียดในแต่ละระดับ

จุดเด่น

มีความยืดหยุ่นในการติดตั้ง 

 

5. ThreatDown by Malwarebytes

 

คุณสมบัติ (Feature)

ThreatDown by Malwarebytes

เทคโนโลยีหลัก

Ransomware Remediation เมื่อมีการพยายามเข้ารหัสไฟล์ จะสำรองข้อมูลไฟล์เป้าหมายไว้ และกู้คืนอัตโนมัติหลังจากบล็อกมัลแวร์ พร้อมหยุดกระบวนการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดทันที

การป้องกัน Ransomware

ป้องกันและกู้คืนไฟล์จากการโจมตีอัตโนมัติ

การสืบสวน (EDR/XDR)

มี EDR พื้นฐานเน้นการแสดงผลที่เข้าใจง่าย

การบริหารจัดการ

Cloud-based

คอนโซลเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน เน้นการใช้งานที่จำเป็น

ผลกระทบต่อเครื่อง

(Performance Impact)

มีผลกระทบน้อย เนื่องจาก Agent มีขนาดเล็ก และไม่รบกวนการทำงาน

เหมาะสำหรับใคร?

เหมาะกับ SMEs และธุรกิจขนาดกลางที่ต้องการโซลูชันที่ใช้งานง่าย  ติดตั้งเร็ว และเน้นการกำจัดมัลแวร์เป็นหลัก

จุดเด่น

ใช้งานง่าย เน้นการกำจัดมัลแวร์ 

 

ธุรกิจแบบไหน เหมาะกับแอนตี้ไวรัสตัวไหน?

เลือกแอนตี้ไวรัสให้เหมาะกับขนาด และลักษณะองค์กร จะช่วยให้คุณได้ระบบป้องกันที่คุ้มค่า รวมถึงมีประสิทธิภาพที่สุด

 

  • ธุรกิจขนาดเล็ก

แนะนำ ThreatDown เพราะใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน ราคาประหยัด และออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจที่ไม่มีทีมไอทีขนาดใหญ่

 

  • ธุรกิจขนาดกลาง

เลือกใช้ Sophos Intercept X หรือ Bitdefender GravityZone ที่มีฟีเจอร์ครบ ใช้งานง่าย และราคาเหมาะสม เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการสมดุลระหว่างความปลอดภัยและงบประมาณ

 

  • ธุรกิจขนาดใหญ่ มีทีมไอทีดูแลระบบ

เหมาะกับ CrowdStrike Falcon หรือ SentinelOne ซึ่งรองรับการจัดการระดับองค์กร มีฟีเจอร์ขั้นสูง วิเคราะห์ภัยเชิงลึก และตอบสนองต่อการโจมตีได้อย่างแม่นยำ

 

ทำไมควรลงทุนกับแอนตี้ไวรัสดีๆ?

การเลือกลงทุนกับแอนตี้ไวรัสคือการลงทุนเพื่อความปลอดภัย และความมั่นคงของธุรกิจในระยะยาว ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น

  • ลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตี
    ป้องกันไวรัส มัลแวร์ และแรนซัมแวร์ก่อนเกิดความเสียหาย
  • ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการกู้ข้อมูล
    เมื่อระบบถูกป้องกันอย่างดี ก็ไม่ต้องเสียเงินซ่อมแซมหรือหยุดงานเพราะระบบล่ม
  • สร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าและคู่ค้า
    ธุรกิจที่มีระบบความปลอดภัยดี จะเป็นที่ไว้วางใจมากขึ้นในสายตาผู้ร่วมงาน
  • ลดภาระให้ทีม IT
    ช่วยให้ทีมไอทีทำงานง่ายขึ้น ไม่ต้องคอยแก้ปัญหาซ้ำซากจากไวรัสหรือมัลแวร์

การเลือกแอนตี้ไวรัสให้เหมาะสมกับธุรกิจ ไม่ใช่แค่เรื่องของการป้องกันไวรัสเท่านั้น แต่คือหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงจากภัยไซเบอร์ ป้องกันการสูญเสียข้อมูล และสร้างความมั่นคงให้กับระบบ IT ขององค์กรในระยะยาว

สอบถาม IT Service

Related Article